วิธีการเก็บรักษากล้องและเลนส์
วิธีการเก็บรักษากล้องและเลนส์
หากเรานำกล้องไปในสถาที่ที่มีความชื้นสูง เช่น น้ำตก, ตามป่าตามเขาหรือรอถ่ายทะเลหมอก
เมื่อจบทริปการเดินทาง ให้ทำกล้องและเลนส์ให้แห้งก่อนจะเข้าที่เก็บ
วิธีการง่ายๆ คือนำกล้องและเลนส์ออกมาถูกแสงแดดบ้าง ประมาณ 1-2 ชม. เพื่อให้แสงแดดไล่ความชื้นที่อยู่ภายในกล้องและกระบอกเลนส์ให้ระเหยออกไปให้หมด แต่อย่านำไปวางทิ้งไว้กลางแดดนะครับ จะทำให้ยางเสื่อมสภาพแห้งกรอบในที่สุด
วิธีการเก็บในกล่องกันความชื้นทำดังนี้คือ
-
ถอดแบตเตอร์รี่ออก
-
นำกล้องและเลนส์ใส่ในกล่องกันความชื้นที่มีสารกันชื้นอยู่ภายใน เพื่อป้องกันความชื้นจากภายนอกเข้ามา
ค่าความชื้นที่เหมาะสมกับกล้องและเลนส์อยู่ที่ประมาณ 40-45 %RH เพื่อป้องกันราขึ้นที่เลนส์
เพราะหากเลนส์มีราขึ้นคุณภาพของเลนส์ก็จะหมดค่าไปและเตรียมทิ้งได้เลย
-
ถ้ากล้องและเลนส์ยังไม่ได้ใส่ในตู้กันชื้นไม่ควรใส่ไว้ในตู้เสื้อผ้า เพราะในตู้จะมีความชื้นสูงมาก
ทำให้ราเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
-
นำกล้องออกมาใช้บ้าง กดชัตเตอร์หลายๆช็อต เดือนละครั้งก็ยังดี
-
นำสารดูดความชื้นมาตากแดดบ้างเพื่อไล่ความชื้นในนั้น
กล่องกันความชื้นแบบง่ายๆ
-
กล่อง
ควรมีฝาปิดมิดชิด มีขอบยางกันอากาศและความชื้นเล็ดลอดเข้าไป ผมเลือกกล่องสูญญากาศครับ
หาซื้อได้ตามซูปเปอร์มาเก็ตทั่วไป แนะนำให้เลือกยี่ห้อที่มีคุณภาพ ทนทาน มากพอสมควร เพื่อกล้องอันเป็นที่รักของพวกเรา
-
สารดูดความชื้น หรือ ซิลิกา เจล
หาซื้อได้ที่ร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ทุกสาขา มีให้เลือกสองสี คือ สีขาว กับ สีฟ้า ถ้าสีขาวเวลาดูดความชื้นจนอิ่มตัวจะกลายเป็นสีฟ้า ส่วนสีฟ้าเวลาดูดความชื้นจนอิ่มตัวจะกลายเป็นสีชมพู
ผมแนะนำให้เลือกแบบสีฟ้า เพราะเวลาสารดูดความชื้นอิ่มตัว เราจะสังเกตุเห็นได้ง่ายกว่า
จำนวนที่ผมซื้อมาน้ำหนัก 1 กิโลกรัมครับ (ราคา 190 บาท) แล้วนำมาแบ่งใส่ถุงซิปไซส์เล็กๆ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน เวลาใช้ให้นำเข็มมาเจาะรูที่ถุงซิปด้วยนะครับ
ไม่แนะนำให้ใส่สารดูดความชื้นในกระเป๋ากล้องเพราะไม่ช่วยอะไรครับ
-
อุปกรณ์วัดความชื้น
มีจำหน่ายตามร้านกล้องทั่วไป ราคาประมาณ 150 - 300 บาท
-
Bubble หรือ แผ่นรองกันกระแทก
ใช้วางรองที่พื้นกล่อง เพื่อป้องกันอุปกรณ์กล้องเป็นรอย ราคาประมาณ 20 บาท


เห็นมั้ยครับวิธีการรักษากล้องให้ยาวนานไม่ยากเลย ไม่จำเป็นต้องซื้อตู้ราคาเป็นหมื่น งบประมาณที่ถูกที่สุดแค่ไม่กี่ร้อยบาทก็สามารถมีกล่องกันความชื้นแล้ว
|
Share: